มูลนิธิบุญยง-อรรณพ นิโครธานนท์
มูลนิธิบุญยง-อรรณพ นิโครธานนท์
  • หน้าหลัก
  • เกี่ยวกับเรา
    • วัตถุประสงค์
    • รายชื่อกรรมการมูลนิธิฯ
    • ประวัติ
    • สถาบันส่งเสริมศักยภาพ
  • โครงการของเรา
    • ด้านสุขภาพจิต
    • ด้านเอชไอวี/เอดส์
    • ด้านการคุ้มครองผู้บริโภค
  • กิจกรรม
  • ติดต่อเรา
  • เพิ่มเติม
    • หน้าหลัก
    • เกี่ยวกับเรา
      • วัตถุประสงค์
      • รายชื่อกรรมการมูลนิธิฯ
      • ประวัติ
      • สถาบันส่งเสริมศักยภาพ
    • โครงการของเรา
      • ด้านสุขภาพจิต
      • ด้านเอชไอวี/เอดส์
      • ด้านการคุ้มครองผู้บริโภค
    • กิจกรรม
    • ติดต่อเรา
  • หน้าหลัก
  • เกี่ยวกับเรา
    • วัตถุประสงค์
    • รายชื่อกรรมการมูลนิธิฯ
    • ประวัติ
    • สถาบันส่งเสริมศักยภาพ
  • โครงการของเรา
    • ด้านสุขภาพจิต
    • ด้านเอชไอวี/เอดส์
    • ด้านการคุ้มครองผู้บริโภค
  • กิจกรรม
  • ติดต่อเรา

โครงการด้านการคุ้มครองผู้บริโภค

มูลนิธิบุญยง-อรรณพ นิโครธานนท์ร่วมกับสภาองค์กรของผู้บริโภค

และสถาบันวิจัยพฤติกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และภาคีเครือข่าย 

ดำเนินการอบรมเพื่อพัฒนาศักยภาพ กลุ่มประสบการณ์สูง กลางและเริ่มต้นในการทำงาน

รับเรื่องร้องเรียนเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค

เกี่ยวกับโครงการ

ภารกิจคุ้มครองผู้บริโภค

ภารกิจคุ้มครองผู้บริโภคเผชิญความท้าทายในหลากหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นการเกิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ภัยการเงินที่ซับซ้อน การโฆษณาหลอกลวง ตลอดจนข้อสัญญาไม่เป็นธรรมในสินค้าและบริการต่าง ๆ ด้วยสภาวะเช่นนี้ จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องพัฒนาศักยภาพงานรับเรื่องร้องเรียนของสภาองค์กรของผู้บริโภค (สภาฯ) ให้มีความพร้อมทั้งด้านกฎหมาย เทคนิคการไกล่เกลี่ย และการทำงานอย่างเป็นระบบ เพื่อบรรลุเป้าหมายดังกล่าว สภาฯ ได้จัดทำโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้การทำงานรับเรื่องร้องเรียน โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะเชิงปฏิบัติการของบุคลากร ทั้งส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และหน่วยงานเขตพื้นที่ ผ่านกระบวนการฝึกอบรมที่ครอบคลุมการเรียนรู้แบบออนไลน์และออนไซต์

ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ

1) ยกระดับคุณภาพงานรับเรื่องร้องเรียน 

2) เสริมสร้างขีดความสามารถของบุคลากร 

3) พัฒนาระบบจัดการองค์ความรู้ในองค์กร 

4) สร้างเครือข่ายความร่วมมือในงานคุ้มครองผู้บริโภค และ 

5) ส่งเสริมทัศนคติเชิงบวกและการพัฒนาตนเอง 

วัตถุประสงค์

1. เพื่อพัฒนาศักยภาพการทำงานรับเรื่องร้องเรียนเพื่อการคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิผู้บริโภคให้กับกลุ่มเป้าหมาย

3. เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานรับเรื่องร้องเรียนได้เท่าทันสถานการณ์ปัญหาผู้บริโภคปัจจุบัน พร้อมทั้งมีองค์ความรู้ในการแก้ไขปัญหาหรือให้คำปรึกษาอย่างถูกต้อง

2. เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และพัฒนาการทำงานรับเรื่องร้องเรียนที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการดำเนินงานที่เกี่ยวข้อง

2. เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และพัฒนาการทำงานรับเรื่องร้องเรียนที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการดำเนินงานที่เกี่ยวข้อง

3. เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานรับเรื่องร้องเรียนได้เท่าทันสถานการณ์ปัญหาผู้บริโภคปัจจุบัน พร้อมทั้งมีองค์ความรู้ในการแก้ไขปัญหาหรือให้คำปรึกษาอย่างถูกต้อง

2. เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และพัฒนาการทำงานรับเรื่องร้องเรียนที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการดำเนินงานที่เกี่ยวข้อง

3. เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานรับเรื่องร้องเรียนได้เท่าทันสถานการณ์ปัญหาผู้บริโภคปัจจุบัน พร้อมทั้งมีองค์ความรู้ในการแก้ไขปัญหาหรือให้คำปรึกษาอย่างถูกต้อง

3. เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานรับเรื่องร้องเรียนได้เท่าทันสถานการณ์ปัญหาผู้บริโภคปัจจุบัน พร้อมทั้งมีองค์ความรู้ในการแก้ไขปัญหาหรือให้คำปรึกษาอย่างถูกต้อง

3. เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานรับเรื่องร้องเรียนได้เท่าทันสถานการณ์ปัญหาผู้บริโภคปัจจุบัน พร้อมทั้งมีองค์ความรู้ในการแก้ไขปัญหาหรือให้คำปรึกษาอย่างถูกต้อง

หลักสูตรออกแบบแนวคิด K1–K2–K3 เพื่อให้การเรียนรู้เป็นระบบ

K1 : Knowledge Extract (การสกัดความรู้)

มีการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ (ออนไลน์) เพื่อถอดบทเรียนจากผู้มีประสบการณ์สูง/กลางด้านคุ้มครองผู้บริโภค

K2 : Knowledge Conversion (การแปลงความรู้)

นำข้อมูลจากขั้น K1 มาพัฒนาหลักสูตรโดยประยุกต์ใช้ Design Thinking ให้ครอบคลุม 5 ขั้นตอน

K3 : Knowledge Sharing (การแบ่งปันความรู้)

นำหลักสูตรทดลองใช้จริงในประชุมเชิงปฏิบัติการ (ออนไซต์) รวม 3 วัน 10 กิจกรรม 15 ชั่วโมง เน้นทฤษฎีสั้น กระตุ้นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์จริงและฝึกปฏิบัติผ่านกิจกรรมกลุ่ม

โครงสร้างหลักสูตร

บรรยายพิเศษ “เรื่องเล่าทรงพลัง ความสำเร็จในการจัดการเรื่องร้องเรียน”

ถ่ายทอดประสบการณ์ตรงของผู้เชี่ยวชาญ เน้น “ต่อมเอ๊ะ” หรือสัญชาตญาณรับรู้ความไม่เป็นธรรม และความสำคัญของการ “อินไปกับเขา” เพื่อเข้าใจผู้ร้องเรียนอย่างลึกซึ้ง

การสร้างพลังจากทีม ใช้เครื่องมือ SBAR (Situation–Background–Assessment–Recommendation)

เพื่อเพิ่มความชัดเจนและความเร็วในการทำงานเป็นทีม

บุคลิกภาพของนักรับเรื่องร้องเรียนมืออาชีพ สู่การสร้าง Smart Consumer

ชี้ให้เห็นการประยุกต์ใช้ทักษะการคาดการณ์ล่วงหน้า พร้อมแนวทางการป้องกันปัญหาตั้งแต่ต้นทาง

ความรู้ด้านกฎหมายกับการรับเรื่องร้องเรียน

ใช้รูปแบบ Case-Based Analysis และ Simulation Activities เพื่อเชื่อมความรู้ทางกฎหมายกับการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างถูกต้อง

สุ จิ ปุ ลิ (หัวใจนักปราชญ์)

ส่งเสริมทักษะฟัง–คิด–ถาม–บันทึก และการสื่อสารเชิงบวก ลดความขัดแย้งและเพิ่มประสิทธิผลในการไกล่เกลี่ย

กรอบคิดเพื่อการเติบโต (Growth Mindset)

พัฒนาแนวทางเปลี่ยนความคิด สร้างทักษะโค้ช (Coaching) ผ่าน GROW Model (Goal–Reality–Options–Will)

ความสมดุลระหว่างงานกับชีวิตส่วนตัว (Work-Life Balance)

จัดกิจกรรมประยุกต์ เช่น การแลกเปลี่ยนเทคนิคผ่อนคลาย การบริหารเวลา และการจัดการอารมณ์ในการเผชิญแรงกดดัน

บทบาทและความท้าทายของงานรับเรื่องร้องเรียน

เน้นสร้างทักษะการเจรจาต่อรองกับบริษัทขนาดใหญ่ การส่งต่อเคส และเชื่อมประสานทรัพยากรองค์กรให้รองรับปัญหาที่หลากหลาย

การประยุกต์ใช้ AI ในงานรับเรื่องร้องเรียน

ทดลองใช้ AI ช่วยประมวลผลข้อมูล จัดหมวดหมู่การร้องเรียน หรือช่วยนำเสนอแนวทางแก้ไข เพื่อยกระดับประสิทธิภาพโดยไม่ทิ้งปัจจัย “มนุษย์”

เวทีเสวนา “จริยธรรมกับงานรับเรื่องร้องเรียน”

แลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านจริยธรรมในการทำงาน ตั้งแต่การปกปิดข้อมูลส่วนบุคคล ไปจนถึงการรักษาความเป็นกลางระหว่างผู้ร้องเรียนกับผู้ถูกร้องเรียน

ข้อเสนอแนะเพื่อการพัฒนา

                 จุดแข็งสำคัญตรงที่ออกแบบหลักสูตรและกิจกรรมให้ใกล้เคียงบริบทการทำงานจริง ผู้เข้าร่วมได้รับการพัฒนาทักษะสำคัญหลายด้าน อาทิ การฟังเชิงลึก (Active Listening) การจดบันทึกอย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนการวิเคราะห์เชิงลึกผ่านกิจกรรมการวิเคราะห์กรณีศึกษา (Case study) และการแสดงบทบาทสมมุติ (Role Play) ซึ่งสามารถนำไปปรับใช้ในการรับเรื่องร้องเรียน การเจรจาไกล่เกลี่ย ตลอดจนการสร้างความไว้วางใจระหว่างผู้ร้องเรียนและผู้ประกอบการ/ผู้ให้บริการได้โดยตรง อย่างไรก็ตาม โครงการยังสามารถปรับปรุงบางประเด็นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการเรียนรู้และการนำไปใช้จริง เช่น ปรับรูปแบบและระยะเวลาของกิจกรรมให้กระชับและสอดคล้องกับเป้าหมายมากขึ้น ขยายช่วงเวลาในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างผู้มีประสบการณ์หลากหลายระดับ รวมถึงจัดให้มีระบบติดตามผลระยะกลางและระยะยาว เพื่อวัดผลลัพธ์ทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพได้อย่างชัดเจน

                ระยะยาว ควรส่งเสริมการพัฒนาหลักสูตรในรูปแบบต่อยอด (Advanced Training) ให้ครอบคลุมทักษะเฉพาะด้าน เช่น การประยุกต์ใช้กฎหมายเฉพาะ ตลอดจนส่งเสริมการนำเทคโนโลยีและแพลตฟอร์มออนไลน์มาเป็นเครื่องมือในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์อย่างต่อเนื่อง การมีโค้ชหรือพี่เลี้ยงที่คอยสนับสนุนบุคลากรใหม่จะช่วยให้การปรับใช้ทักษะมีความยั่งยืนในระดับบุคคลและองค์กร ทั้งนี้ ควรจัดทำเกณฑ์การประเมินตนเองก่อนและหลังการอบรม รวมถึงการเก็บข้อมูลเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพที่สะท้อนถึงประสิทธิผลของหลักสูตร เพื่อปรับปรุงให้เหมาะสมกับความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างทันการณ์ อันจะทำให้ระบบการคุ้มครองผู้บริโภคมีความน่าเชื่อถือและตอบสนองต่อข้อร้องเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ภาคีเครือข่าย

ลิขสิทธิ์ ©2026 boonyong.org - สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ขับเคลื่อนโดย

  • ติดต่อเรา

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้

เราาใช้คุกกี้ในการวิเคราะห์การเข้าชมเว็บไซต์และปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้งานเว็บไซต์ของคุณให้ดีขึ้น เมื่อยอมรับการใช้งานคุกกี้ของเรา เราจะรวบรวมข้อมูลของคุณกับข้อมูลผู้ใช้อื่นๆ ทั้งหมด

ยอมรับ